2006/Jun/05

วันที่ 29 (วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม2548)

การเรียนภาษาอังกฤษ : 4 สัปดาห์ของการเรียนภาษาอังกฤษจบลงแล้ว กุ๋ยได้ใบประกาศมาเรียบร้อย ด้วยคะแนนประเมินอยู่ที่ 7 เต็ม 10 โดยเฉลี่ย

โซเฟียบอกว่ากุ๋ยตั้งใจเรียน ไม่เคยขาด ไม่เคยสาย แม้จะพูดน้อยไปหน่อย ........... ก็จะไม่ให้พูดน้อยได้ยังไงล่ะคะ กุ๋ยฟังคนอื่นพูดออกซะที่ไหน ฟังใครพูดยังไม่ค่อยจะเข้าใจเลย คุณครูให้จับกลุ่มทำกิจกรรม กุ๋ยก็ฟังโจทย์ไม่เข้าใจ แล้วจะให้ตอบ หรือให้พูดอะไรเล่า สู้เงียบซะดีกว่า แถมพูดออกไป ยังผิดไวยากรณ์ซะส่วนใหญ่อีกด้วย

วันนี้ยังคงมีเรียนทั้งวัน เพราะวันจันทร์เพื่อนๆ จะต้องสอบอีกแล้ว ซึ่งกุ๋ยแคล้วคลาดรอดตัวไม่ต้องสอบ เพราะตอนกุ๋ยมาเริ่มเรียน ก็เป็นวันจันทร์ที่ 7 พ.ย. 48 เพื่อนๆ เค้าก็สอบกันอยู่ พอครบกำหนด 1 เดือน วันจันทร์ที่ 5 ธ.ค. 48 เค้าก็มีสอบกันอีก ซึ่งกุ๋ยไม่ต้องสอบ เย้ เย้ ดีใจจังเลย เพราะขืนสอบไป คงทำไม่ได้แหงๆ รู้ตัวดีค่ะ ขนาดวันนี้ทำแบบฝึกหัดทบทวน กุ๋ยยังทำไม่ค่อยผิดตั้งเยอะ ทั้ง Tense เอย Article เอย มั่วไปหมด

ตอนบ่าย ทานข้าวเสร็จ กุ๋ยเข้าไปบ้วนปากในห้องน้ำ พอเดินเข้ามาในห้องเรียนเท่านั้นแหละ โซเฟียก็ให้กิน TIM TAM ซะนี่ จะปฏิเสธคงน่าเกลียด เพราะขี้เกียจออกไปบ้วนปาก แต่ก็ต้องรับไว้แล้วรีบกินแต่โดยดี เสร็จแล้ว ก็ต้องออกไปบ้วนปาก เพราะช็อคโกแลตมันติดฟันและเหล็กจัดฟัน

ก่อนเลิกเรียน โซเฟียให้เล่นเกมส์ สนุกมากๆ เลยหละ ประมาณว่า แบ่งนักเรียนเป็นทีม นั่งล้อมวงกัน แล้วผลัดกันวาดรูป ซึ่งโซเฟียจะให้กระดาษคำศัพท์มาปึ๊งนึง ให้นักเรียนแต่ละคนดูว่า ชอบคำศัพท์คำไหน แล้วเอามาวาดเป็นรูปให้เพื่อนๆ แข่งกันทายศัพท์คำนั้น จากรูปที่วาด

ปัญหาก็เกิดขึ้นกับกุ๋ยอีกแล้วค่ะ กุ๋ยวาดรูปเป็นซะที่ไหนล่ะ แถมคำศัพท์ยังไม่ค่อยจะรู้ซะอีกแน่ะ พอถึงตากุ๋ยวาดรูป กุ๋ยเจอคำศัพท์ในกระดาษคำนึง ซึ่งกุ๋ยแปลออก และคิดว่า คำนี้มันวาดง่ายชะมัด นั่นก็คือ คำว่า SNAIL วาดง่ายจะตาย พอกุ๋ยวาดเสร็จ ปรากฏว่า เพื่อนๆ ทุกคนรู้จักหมด แต่กลับตอบเป็นภาษาท้องถิ่นของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี บราซิล หรือญี่ปุ่น แต่ไม่มีใครรู้จักคำว่า หอยทากในภาษาอังกฤษเลยว่าคือ SNAIL จนในที่สุด กุ๋ยก็ต้องเฉลยให้ฟัง

จบการเรียนภาษาอังกฤษตลอด 4 สัปดาห์แล้ว กุ๋ยได้อะไรบ้าง

1. ได้เพื่อน

2. ได้ความรู้ด้านภาษาเพิ่มขึ้น ถือเป็นการทบทวนภาษาอังกฤษและแกรมม่าที่ลืมไปบ้างแล้ว

แต่ว่า ยังมีอีกด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นกับกุ๋ยก็คือ

1. กุ๋ยยังพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เลยหละ

2. ยิ่งการฟังด้วยอีก ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเรียน จนกระทั่งวันสุดท้ายที่เรียนจบ คุณครูให้ฟังเทป ดูข่าว กุ๋ยก็แทบฟังไม่ออก กลับมา Homestay ดูหนังก็ฟังไม่ออกอีก สรุปการฟังของกุ๋ยยังแย่เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

ท้ายชั่วโมง โซเฟียมอบใบประกาศ และตุ๊กตาจิงโจ้ให้กุ๋ย และให้กุ๋ยพูดอะไรกับเพื่อนๆ ซักหน่อย ซึ่งกุ๋ยก็ไม่รู้จะพูดอะไร นอกจากบอกว่า ถึงแม้กุ๋ยจะมีเวลาไม่มากในการเรียน แต่กุ๋ยก็ชอบคลาสนี้ เพื่อนๆ ดีมากๆ และคนที่กุ๋ยจะทั้งชื่อและนามสกุลได้ก็คือ โคคาเซมโปะ นายากิ ซึ่งชื่อนี้เป็นชื่อ-นามสกุลของน้องคนไทย แต่ Kaz อ่านซะจนกลายเป็นสำเนียงญี่ปุ่นซึ่งติดปากและติดหูเพื่อนๆ ในห้องไปเลย

แล้วก็มีคำว่า beach volleyball ที่กุ๋ยยังจำได้ไม่เคยลืมกับสำเนียงเกาหลี บิจิ บองเลบอง ......... พอกุ๋ยกล่าวจบ เพื่อนๆ ทุกคนก็ขำกับคำๆ นี้ ที่กุ๋ยคิดว่า จะไม่มีใครลืมคำนี้ได้เลย

ชีวิตหลังเลิกเรียน : ตอนเย็นกุ๋ยไปเดินเล่นที่ห้าง Fresh Field (ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะ) เอ็กส์เป็นคนแนะนำให้กุ๋ยลองไปเดินเล่นดู เผื่ออยากซื้อของอะไรกลับเมืองไทย เอ็กซ์บอกให้กุ๋ยนั่งสาย 333 พร้องกับเอาตารางเวลาเดินรถมาให้กุ๋ย แต่ปัญหาก็คือ กุ๋ยไม่รู้ว่าที่หยุดรถสาย 333 อยู่ตรงไหนของ Queen Street นะซิเนี่ย รู้แต่ว่า อยู่โซน A10 แต่กุ๋ยเดินหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ประมาณว่า อวดเก่ง ไม่ยอมดูแผ่นที่ ว่างั้นเถอะ จนในที่สุด หาไม่เจอซักที ก็เลยตั้งสติดูแผนที่ ถึงได้เดินจนเจอ 333 ตามแผนที่

ความหลงตอนขาไปยังไม่เท่าไหร่ พอตอนเดินห้างเสร็จ ขากลับก็หาทางออกนอกห้างไม่เจอ เดินวนอยู่ 3 รอบ มองป้ายในห้าง มันก็เขียนสัญลักษณ์ว่า B กุ๋ยก็นึกว่า B หมายถึง Bus นะซิ ก็เดินไปตามลูกศรนั้น แต่พอเดินไปแล้ว กลับไปเจอทางออกไปขึ้นรถบัส แต่ดันเป็นโซนจอดรถยนต์ จนต้องเดินตั้งต้นใหม่ วนไปวนมา อ่านป้ายไปเรื่อยๆ เท่าที่ป้ายในห้างจะบอกทิศทาง จนในที่สุด ก็เจอสัญลักษณ์ว่า BUS ถึงได้รู้ว่า สัญลักษณ์ที่เขียนว่า B น่ะ มันไม่ได้เป็นตัวย่อของคำว่า Bus นะยะ

สรุปแล้ว พอหลงจนได้ที่ ก็ออกมาเจอรถเมล์ แล้วนั่งกลับเข้าเมืองอย่างปลอดภัย และนั่งรถกลับ Homestay ซึ่งวันนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย ทุกคนไปงานเลี้ยงกันหมด พรุ่งนี้ทุกคนก็จะไปเที่ยว Gold Coast กัน เพราะเด็กๆ ปิดเทอม ส่วนกุ๋ยคิดว่าจะออกจากบ้านประมาณ 9.00 น. ก่อนที่ Host จะเดินทางไป Gold Coast ตอน 10.00 น.

วันนี้กุ๋ยไม่เจอสุดหล่อแถวบ้านเลยทั้งเช้าและเย็น เสียใจจังเลย แง แง แค่เป็นคนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ยังไงซะ กุ๋ยรู้สึกชอบฝรั่งที่ออสเตรเลียมากเลย มีแต่หล่อๆ (ส่วนนิสัยใจคอน่ะ กุ๋ยไม่รู้นะ) ประมาณว่า เห็นคนหล่อเป็นไม่ได้ ขอกรี๊ดไว้ก่อน

ปล.

- วันนี้ถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ไว้บ้าง ก็ไม่ค่อยรู้จักใครนี่หน่า และก็มาคุยกับ Robyn เพื่อเป็นการล่ำลากันซักนิดนึง เพราะเดี๋ยวันที่ 12 ธ.ค. 48 กุ๋ยคงแวะเข้ามาที่นี่อีก

- วันนี้คุยกับเอ็กส์ ให้แนะนำที่พักแบบ Backpacker ถูกๆ ให้หน่อย ในฐานะที่เอ็กส์อยู่ที่นี่มานานกว่า กลายเป็นว่า เอ็กส์บอกให้ไปพักที่ Share House ของเอ็กส์ได้ (ดีใจจังเลย ขอบคุณมากๆ นะเอ็กส์)

- วันนี้ตอนกลางวัน กุ๋ยทานข้าวกับไก่ทาริยากิที่ออกไปซื้อ แล้วเอามาทานในโรงเรียน Roger มานั่งใกล้ๆ กุ๋ยเลยแบ่งให้ทาน ผลปรากฏว่า กุ๋ยทานไปนิดเดียวแหละ นอกนั้นกุ๋ยให้ Roger ทานหมดเลย เพราะ Roger เป็นเด็กตัวโตสูงมากๆ (อายุแค่ 21 เอง พอรู้อายุแล้วตกใจ เมื่อเทียบกับรูปร่างหน้าตา) ที่ Homestay ของ Roger ให้ Sandwich มาทานตอนกลางวันนิดเดียวเอง คงจะไม่พอกินให้อิ่มหรอกนั่น กุ๋ยเลยให้ Roger กินข้าวกุ๋ยไปเลยเยอะๆ ยังไงซะกุ๋ยก็รู้สึกอิ่มหน่อยๆ แล้วหละ

2006/Apr/11

วันที่ 28 (วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม2548)

ชีวิตทั่วไป: ขึ้นเดือนใหม่แล้ว (ธันวาคม) แป๊บเดียวจริงๆ ก็จะผ่านไป 1 ปี วันนี้คุณครูบอกว่า เป็นวันดีจริงๆ ขึ้นต้นเดือนธันวาคม แต่อากาศดี ไม่ร้อน เพราะปกติช่วงนี้จะร้อนมากๆ

ตั้งแต่กุ๋ยมาอยู่ที่นี่ กุ๋ยเจอทั้ง ร้อน ฝน หนาว (แต่คงไม่หนาวเท่าไหร่สำหรับคนที่นี่ แต่สำหรับกุ๋ยแล้ว บางวันถือว่า หนาวมากๆ หละนะ)

วันนี้ฝนก็ตกเรื่อยๆ ตอนเช้ากุ๋ยพยายามกะเวลาให้ดีที่สุด ไม่ออกจากบ้านเร็วเกินไป หรือช้าเกินไป ตอนเดินไปเกือบถึงป้ายรถเมล์ กุ๋ยอดมองไปยังภูเขาที่ขึ้นเนินไปทางบ้านสุดหล่อไม่ได้ (กุ๋ยไม่รู้หรอกว่าบ้านเค้าอยู่หลังไหน รู้ก็เพียงแต่ว่า เขาจะเดินมาจากเนินเขานั้น) พอกุ๋ยมองไปปุ๊บ กรี้ดดดดดดดดดดซิคะ เค้าเดินหล่อมาแต่ไกลเลยหละ

ตอนเลือกที่นั่ง ด้วยมารยาหญิงร้อยล้านเล่มเกวียนอย่างกุ๋ย กุ๋ยก็เลือกที่นั่งหลังสุดหล่อซิคะ ตลอดทางไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากมองสุดหล่ออย่างเดียวเท่านั้น (ไม่เห็นหน้า เห็นแค่ด้านหลังก็ยังดี ฮะ ฮะ)

มารยาหญิงเล่มเกวียนที่ 1 ถูกนำออกมาใช้ตอนเลือกที่นั่ง ส่วนมารยาหญิงเล่มเกวียนที่ 2 คือการหยิบกล้องขึ้นมาซิคะ ตอนใกล้ถึงโรงเรียนใน City จะมีวิวตึกสวยๆ ค่ะ อ้ายเราก็ทำเนียนซะเลย หยิบมาถ่ายวิวไปด้วย ได้ถ่ายรูปสุดหล่อไปด้วย ก็ถ่ายเห็นแต่ด้านหลังสุดหล่อเท่านั้นหละค่ะ (เออวะ!!! ไม่เห็นด้านหน้า ก็ขอเห็นด้านหลังหล่อๆ ก็ยังดี)

การเรียนภาษาอังกฤษ : ส่วนเรื่องเรียน วันนี้ก็โง่อีกตามเคย มีสอบแบบเล็กๆ กระจอกๆ ตอนเช้า ให้ทำข้อสอบคู่กัน (ช่วยกันทำข้อสอบ ว่างั้นเถอะ) กุ๋ยฟังไม่ออกอีกตามเคย แล้วคู่ของกุ๋ยก็คือ Roger พยายามที่จะอธิบายให้กุ๋ยเข้าใจ แต่ฟังยังไง กุ๋ยก็ฟังไม่ออก ผลปรากฏว่าคู่ของเราได้คะแนน 8 เต็ม 24 โง่สุดๆ อายฟ่ะ คู่ของกุ๋ย มานก็คงเซ็งกุ๋ยแหละ ทำไมเวลากุ๋ยจับคู่กับใคร กุ๋ยทำให้เค้าห่วยหมดเลย สรุปเรียนมา 1 เดือน ก็ยังฟังภาษาอังกฤษไม่ออกอีกตามเคย

หลังจากว่าตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็ขอว่าคนอื่นบ้างเถอะ เพื่อความสบายใจ ............... ทำไมคนเกาหลีต้องพูด have เป็น เฮวี่ หรือ เฮวึ อยู่เรื่องเลย จะพูด แฮฟ กันไม่ได้หรือไง แล้วเวลาพูด had ทำไมไม่พูด แฮด กลับต้องพูด แฮดดึ กันด้วย จริงๆ เสียง ด ออกจิ๊ดเดียวน่าจะพอมั้ง

กุ๋ยรู้หละว่า ตัวกุ๋ยเองก็สำเนียงห่วย แต่ยังไงซะ กุ๋ยว่า เกาหลีพูดสำเนียงแย่กว่านะ ว่าเค้าซะมาก ตอนนี้กุ๋ยยังรู้สึกเลยว่า ตัวเองชักจะพูดสำเนียงเพี้ยนๆ แล้วด้วยหละ กุ๋ยเริ่มอ่านภาษาอังกฤษแบบขึ้นเสียงสูงโดยไม่จำเป็น หรือไม่ก็อ่านช้าๆ ซึ่งแต่ก่อนกุ๋ยไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ ชักแย่ไปกันใหญ่แล้วหละภาษาอังกฤษของกุ๋ยเนี่ย

ชีวิตหลังเลิกเรียน : ตอนเย็นหลังเลิกเรียน กุ๋ยไปเดินดูช็อคโกแลต และ หนังสือ อีกแล้ว เป็นโรคจิตค่ะ ไม่เคยซื้อเลย แต่ขอไปเดินดูก็ยังดี มีความสุข กะว่าวันกลับเมืองไทยค่อยไปเดินซื้อ

พอเดินดูของจนพอใจแล้ว ก็กลับมานั่งเล่นเน็ตที่โรงเรียน เพราะช่วงสี่โมงเย็น คนไม่ค่อยมีแล้วไง ก็จะเล่นจนถึงห้าโมงเย็นเลย เสร็จแล้วอุ้ยก็ชวนไปเดินซื้อของด้วยกัน กุ๋ยก็เลยไปเดินเล่นเป็นเพื่อนอีกรอบ กุ๋ยไม่ได้ซื้ออะไรเลย แต่อุ้ยซื้อมันฝรั่งให้ 1 ถุงใหญ่ๆ ขอบคุณนะคะ

จริงๆ ตอนห้าโมงเย็น กุ๋ยอยากจะกลับบ้านเลย เพราะเป็นเวลาที่สุดหล่อจะกลับบ้าน เผื่ออาจเจอกันที่ป้ายรถเมล์ เดชะบุญหนุนนำที่ไปเดินเป็นเพื่อนอุ้ย ทำให้กุ๋ยกลับบ้านช้าเป็น 17.40 น. กุ๋ยได้เจอสุดหล่อที่ป้ายรถเมล์ นี่ถ้าไม่ไปเป็นเพื่อนอุ้ยหละก็ คงอดเจอสุดหล่อไปแล้วนะเนี่ย

ตอนขึ้นรถเมล์ กุ๋ยอุตส่าห์เดินช้าๆ แล้วเชียว กะจะให้เค้าขึ้นไปก่อน แล้วกุ๋ยค่อยเลือกนั่งที่ๆ มองสุดหล่อได้ง่ายๆ หน่อย แต่ผลปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่เป็นดังคิด รถเมล์ดันเปลี่ยนชานชลากันมั่วไปหมด ผู้โดยสารงงไปงงมา เป็นอันว่า กุ๋ยดันเดินขึ้นรถเมล์ไปก่อนสุดหล่อ กุ๋ยเลือกนั่งที่ๆ กุ๋ยชอบ คือ นั่งช่วงกลางรถ ซึ่งจะมีกระจกใสๆ กันอยู่ด้านหน้า และแล้วสุดหล่อก็เดินตามขึ้นมา เค้าเลือกที่นั่งหลังกุ๋ย เหมาะเลยค่ะ กุ๋ยก็นั่งมองสุดหล่อในกระจกใสสบายใจเฉิบไปเลย กิ๊วๆ หล่อๆ

นั่งไปได้ซักพัก เอ๊ะ!!! น้ำอะไรกระเด็นมา ............. ที่ไหนได้ เป็นน้ำแอร์หยดซิคะ แง แง ไม่ยอมค่ะ ถ้าจะให้ลุกไปนั่งที่อื่น กุ๋ยไม่ยอมค่ะ เดี๋ยวอดมองหน้าสุดหล่อ กุ๋ยยอมเปียกค่ะ ยังดีนะที่แอร์มันไม่ได้หยดลงมาบ่อย เพียงแต่มันค่อยๆ หยดนานๆ ที

วันนี้นั่งรถเมล์ผ่าน Everton Park State School เห็นป้ายหน้าโรงเรียนเขียนประโยคไว้อันหนึ่ง ความหมายดี และกุ๋ยชอบค่ะ Attitude is something that you see by actions, not by words.

หมดไปอีก 1 วัน เวลาผ่านไปเร็วเสมอ

2006/Apr/10

วันที่ 27 (วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2548)

ชีวิตทั่วไป : อีก 2 วันเท่านั้น กุ๋ยก็จะจบคอร์สภาษาอังกฤษ 4 สัปดาห์ Emily ชอบพูดกับกุ๋ยเสมอว่า เวลาผ่านไปเร็วเสมอ กับคำว่า ชีวิตคนเราช่างสั้นนัก

วันนี้คิดว่า ดูเวลาพอเหมาะที่จะออกจากบ้าน เพื่อจะได้เจอสุดหล่อ แต่พอไปถึงป้ายรถเมล์ กลับไม่เจอแม้แต่เงา แต่ตอนรอรถเมล์ ได้ซึ้งน้ำใจคุณป้าคนนึง น่ารักมากๆ ...............เรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อคืนฝนตกหนัก แล้วเก้าอี้นั่งมันก็เปียกไง แต่เปียกครึ่งนึงของเก้าอี้เอง กุ๋ยกะจะเดินไปนั่ง แค่ได้นั่งครึ่งก้นก็ยังดีกว่ายืนเมื่อยขา ปรากฏว่า คุณป้าเอามือมาขวางไว้ เป็นการบอกว่า ที่นั่งเปียก ยูนั่งไม่ได้นะ คือว่า คุณป้าอุตส่าห์บอก เพราะนึกว่ากุ๋ยไม่เห็นว่า เก้าอี้เปียกไง ซึ้งน้ำใจเลย คุณป้าน่ารัก แต่กุ๋ยอดนั่ง

กุ๋ยยืนรอรถเมล์ได้ไม่ถึง 1 นาที รถก็มา ทำไงดี สุดหล่อก็ยังไม่มา แล้วนี่ทำไมรถมาเร็วจังเลย รอบ 7.41 น. เนี่ยนะ ทำไมมาตอน 7.35 น. ฟะ ที่ไหนได้ พอหยิบตารางเวลามาดู ก็รู้ว่า เป็นรถของรอบ 7.29 น. นี่หว่า แต่จะให้กุ๋ยทู่ซี้รอสุดหล่อ ก็กระไรอยู่ ไม่เจอก็ไม่เจอ ค่อยเจอกันพรุ่งนี้ก็ได้ แล้วกุ๋ยก็ขึ้นรถเมล์ไปเลย ไปนั่งมองหนุ่มรูปหล่อคนอื่นก็ได้ฟะ

ชีวิตหลังเลิกเรียน : ตอนเย็นหลังเลิกเรียน กุ๋ยชวน Emily ไป New Farm Park นั่งเรือ City Cat ไปกัน เพราะ Emily ยังไม่เคยนั่งเรือที่นี่ซะที กุ๋ยพาไปวันนี้ เพื่อวันหลัง Emily จะได้นั่งเรือเล่นเป็น ปรากฏว่า เพื่อนที่อยู่ Share House เดียวกับ Emily ขอไปด้วย กลายเป็นว่า เธอไปนั่งหลับในเรือซะนี่ ทั้งขาไปและขากลับเลยหละ โธ่!!! ง่วงนักก็กลับบ้านไปนอนซิฟะ ขอตามมาด้วยทำไม มาแล้วก็มาหลับ

กุ๋ยพา Emily และเพื่อนของเธอ ไปดู Power House แล้วก็มาเดินรอบสนามของ New Farm Park 1 รอบ ยังไม่ถึง 20 นาทีหรอก กุ๋ยก็พาทั้ง 2 คน นั่งเรือกลับ เพราะดูท่าทางจะไม่ค่อยอยากเดินกันซักเท่าไหร่ รู้งี้ไม่พามาซะก็ดี

จริงๆ กุ๋ยชอบไปไหนมาไหนกับ Emily นะ เพราะ Emily จะเป็นคนพูดตรงๆ ถ้าเหนื่อย เธอก็จะกลับบ้าน ไม่มาเที่ยว แต่ถ้าเที่ยวได้ เธอก็จะไป หากแต่ครั้งนี้ เธอมีเพื่อนมาด้วย แต่กลับมานั่งหลับ ทำตัวเนื่อยๆ ทำให้ทั้งกุ๋ยและ Emily ก็อึดอัด คุยกันไม่สนุก บรรยากาศเซ็งๆ ............. เพราะอย่างนี้หละ ที่บางครั้งกุ๋ยถึงอยากไปไหนมาไหนคนเดียว กุ๋ยขี้เกียจที่จะต้องคอยสนใจอารมณ์ของคนที่ไปด้วย หรือไม่ กุ๋ยก็ชอบไปกับ Emily 2 คน คุยกันไปเรื่อยๆ ถ้าขี้เกียจคุยเมื่อไหร่ก็หยุดคุย นั่งกันเฉยๆ ก็สบายใจดี

ตอนเย็นหลังทานข้าวเย็นเสร็จ กุ๋ยเอาของที่ระลึกจากเมืองไทยให้ Antonella ของที่ระลึกเป็น ที่จิ้มผลไม้สลักรูปช้าง และอีกอย่างก็คือ ลูกแก้วสลักรูปวัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ

ตอนกุ๋ยส่งของที่ระลึกให้ Antonella เพราะกับของคุณครอบครัวของเธอ กุ๋ยก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน ตลอด 1 เดือน กุ๋ยมีความสุขกับการอยู่ Homestay ที่บ้าน Antonella นะ กุ๋ยคงมีเรื่องอึดอัดอยู่อย่างนึงก็คือ การพูดภาษาอังกฤษเนี่ยแหละ แต่นอกนั้นกุ๋ย โอเค

ทั้งๆ ที่ หลายๆ อย่าง Emily มักจะบ่นเรื่อง Homestay ที่นี่ แต่สำหรับกุ๋ย พยายามไม่คิดมาก พยายามมองโลกในแง่ดี (ไม่รู้ทำได้ไง อ้ายมองโลกในแง่ดีเนี่ย เพราะจริงๆ กุ๋ยไม่ใช่คนมองโลกในแง่ดีเท่าไหร่) คราวนี้กุ๋ยนึกซะว่า กุ๋ยอยู่แค่เดือนเดียวเอง อย่าคิดมากเลย

สิ่งที่ Emily บ่น ก็อย่างเช่น

1. เธอต้องล้างจานเอง

2. ไม่มีอาหารกลางวันให้ในวันจันทร์ถึงศุกร์

3. หยิบของกินในตู้เย็นไม่ได้

4. ห้องน้ำไม่ได้ล้าง

ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น กุ๋ยกลับไม่ได้กลุ้มใจเลย และยอมรับได้หมด อยู่ได้โดยไม่มีปัญหา (คิดได้ไงเนี่ยอ้ายกุ๋ย)

พอถึง ณ วันนี้ กุ๋ยบอกได้เลยว่า กุ๋ยเกลียดการจากลาจังเลย ตอนกุ๋ยมาที่นี่ กุ๋ยกลัวมาก แต่พออยู่มาได้ 1 เดือน กุ๋ยไม่อยากกลับเมืองไทยเลย กุ๋ยไม่อยากกล่าวคำอำลา กุ๋ยคิดถึงทุกคนในบ้านหลังนี้ แม้กุ๋ยจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับสมาชิกในบ้านเท่าไหร่ และกุ๋ยมักจะขึ้นนอนเร็ว ตอนหลับอาหารเย็นก็เถอะ แต่มันผูกพันนะ เห็นกันอยู่ทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน

นี่ยังไม่รวมเพื่อนที่โรงเรียน ที่กุ๋ยต้องกล่าวคำอำลาในวันศุกร์นี้ด้วย ถึงกุ๋ยจะไม่ค่อยได้พูดกับใครในห้องเรียนเท่าไหร่ แต่บรรยากาศเริ่มดีขึ้นสำหรับกุ๋ย กุ๋ยพอจะรู้จักเพื่อนๆ เกือบหมดแล้ว คาดว่า ถ้าอยู่อีกซักเดือนนึงคงได้ไปเที่ยวด้วยกันแน่ๆ แต่ ณ วันนี้ กุ๋ยเพียงแค่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ในห้องตอนชั่วโมงเรียนเท่านั้น พอเลิกเรียนปุ๊บ กุ๋ยก็รีบเผ่นไปคนเดียวเลย

ปล. เมื่อวันจันทร์ พี่โป้งทำข้าวมาให้กุ๋ยตอนกลางวัน แต่กุ๋ยกลับไม่รู้ ........ กุ๋ยดันวิ่งแจ้นไปซื้อข้าวมาซะก่อนตั้งแต่ตอนพักเบรกช่วงเช้า พอซื้อกลับมาปุ๊บ ค่อยเจอพี่โป้ง เลยกลายเป็นว่า เดี๋ยวนี้ไม่มีใครทำอาหารมาให้กุ๋ยแล้ว แง แง อดประหยัดเลย แต่กุ๋ยขอบคุณนะคะพี่โป้งที่ใจดีกับกุ๋ย

- นับวันก็ยิ่งชอบฝรั่ง หล่อกรี้ด เต็มท้องถนนไปหมด หันไปมองทางไหน ก็ชอบ ฝรั่งที่มาเที่ยวเมืองไทย ไม่เห็นหล่อได้อย่างนี้เลย มีแต่แก่ๆ อ้วนๆ สู้วันทำงานหล่อกรี้ดที่นี่ไม่ได้ ยิ่งสวมแว่นกันแดด ยิ่งหล่อสุดๆ อย่าถอดแว่นนะว้อย ฮะ ฮะ